|

ประวัติการก่อตั้งมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เนื่องจากเหตุการวันมหาวิปโยค เกิดวาตภัยขึ้นที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๐๕ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตประชาชน อย่างมากมายเหลือ จะคณานับ ยังความเศร้าสลดใจแก่พี่น้องประชาชนชาวไทยโดยทั่วไป การนี้พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้มีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงห่วงใยในความทุกข์ ความเดือดร้อนของมวลประราษฎร
ผู้ประสบชะตากรรมจาก ภัยธรรมชาติอันหฤโหดในครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รัฐบาล จัดการช่วยเหลือเขาเหล่านั้นโดยเร่งด่วนและ
หน่วยงานของทางราชการที่ดำเนิน การ สนองพระราชกระแสพระราชดำรัสในครั้งนั้น คือกรมตำรวจ
โดยกองกบังคัยการตำรวจดับเพลิง จากประสบการณ์ในครั้งนั้น ทำให้มองเห็นอุปสรรค ในการปฏิบัติงาน
หลายประการ กล่าวคือ สถานที่เกิดเหตุอยู่ห่างไกลจากส่วนกลาง เจ้าหน้าที่เดินทางไปล่าช้าไม่ทันเหตุการณ์
ไม่ปลอดภัย เครื่องมือเครื่องใช้ไม่เพียงพอ ไม่มีประสบการณ์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทาง กองตำรวจดับเพลิง
จึงได้เสนอแนะให้ กรมตำรวจ จัดตั้ง หน่วยบรรเทาสาธารณภัยขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป
ได้ร่วมมือกับทางราชการดำเนินงานตามโครงการนี้ปรากฏว่าได้ประสบผลสำเร็จด้วยดีและได้มีประชาชน
เข้าอบรมเป็นสมาชิกอาสาสมัครบรรเทา สาธารณภัย ทั่วประเทศ มีจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ คน ด้วยเหตุที่สมาชิกอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยและผู้ทำงานในด้านนี้ เป็นผู้มีความเสียสละและ
เต็มใจเข้าช่วยเหลือป้องปัดภัยภิบัติของสังคม โดยมิได้ประสงค์หรือมีส่วนได้รับค่าตอบแทนใด ๆ เลย แม้ขณะปฏิบัติหน้าที่จะต้องประสบอุบัติเหตุ ถึงเจ็บป่วย พิการหรือเสียชีวิต
ต่อมาเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๑ พ.ต.อ.(พิเศษ)อุดมพิบูลย์สวัสดิ์ได้เข้ารับหน้าที่ในกอง
บังคับการตำรวจดับเพลิ ได้มีแนวความคิดและคำนึงถึงเหตุนี้ บรรดาผู้ร่วมงานบรรเทา สาธารณภัยและประชาชนผู้ให้การสนับสนุน จึงได้บริจาคทรัพย์สิน จำนวนหนึ่งเพื่อเป็นกองทุน
ช่วยเหลือขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือ ข้าราชการตำรวจดับเพลิงและตำรวจในสังกัดกรมตำรวจ รวมถึงอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย
และทำการฝึกอบรมวิชาการป้องกันระงับอัคคีภัย และการบรรเทาสาธารณภัย แก่ประชาชนผู้สนใจ
ตามหลักสูตร โดยผุ้ที่จบหลักสูตรจะได้รับบัตรประจำตัว วุฒิบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติบรรเทาสาธารณภัยโดย พ.ต.อ.(พิเศษ)อุดมพิบูลย์สวัสด์เป็นผู้วาดลวดลายเส้นต่าง ๆ ร่างแบบ ออกแบบ มอบเป็นสัญลักษณ์แก่สมาชิกอาสาสมัครที่จบหลัดสูตร เพื่อแสดงว่าเป็นผู้ช่วย เจ้าพนักงานมีสิทธิผ่านเข้าปฏิบัติการตามหน้าที่ได้
ต่อมาเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๒๑ พ.ต.อ.(พิเศษ)อุดมพิบูลย์สวัสดิ์ ได้ปรึกษากับ
พล.ต.ต.ศักดิ์ระพีปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจดับเพลิง ได้มีแนวความคิดว่าจะตั้งชื่อมูลนิธิ จึงนำสมาชิกอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยส่วนหนึ่ง นำโดย พ.ต.อ.(พิเศษ)อุดม พิบูลย์สวัสดิ์ เข้าเฝ้าฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ โดยได้รับพระบรมราโชวาท
กระแสพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวความตอนหนึ่งว่า ต้องจำไว้นะ งานทุกอย่างนั้นน่ะ มีด้านหน้าและด้านหลังเหมือนเหรียญบาท งานด้านหน้านั้น มีคนทำกันแยะและแย่งกันทำ
เพระมีผลเห็นได้ชัดและก็ปูนบำเหน็จกันได้เต็มที่ แต่งานด้านหลัง ที่ไม่ปรากฏแก่สายตาคนนั้น
ต้องเป็นคนที่เข้าใจงานและหน้าที่ของตัวจริง ๆ ถึงจะทำได้และต้อง เสียสละ ด้วยเพราะงาน
ด้านหลังนะเป็นงานปิดทองหลังพระและ ต้องยอมรับว่าไม่ได้อะไรตอบแทน
นอกจากความภูมิใจในการทำงาน ในหน้าที่ของตน
ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๒ พ.ต.อ.(พิเศษ)อุดม พิบูลย์สวัสดิ์ ได้มีแนวความคิดสร้างสรรค์
ที่จะจัดหากองทุน เพื่อจัดตั้งมูลนิธิขึ้น เพื่อช่วยเหลือข้าราชการตำรวจดับเพลิง และตำรวจในสังกัดกรมตำรวจ รวมถึงสมาชิกอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ทางกองบังคับการตำรวจดับเพลิง โดย พล.ต.ต.ศักดิ์ระพีปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจดับเพลิงมอบหมายให้ พ.ต.อ.(พิเศษ)อุดม พิบูลย์สวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจดับเพลิงเป็นแกนนำ ในการจัด ตั้งมูลนิธิฯ โดยได้ทำหนังสือขอพระราชทานชื่อ มูลนิธิฯ ลงวัยที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ ต่อมาได้มีหนังสือจาก สำนักราชเลขาธิการกองการในพระองค์ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย
ส่วนหนึ่งเข้าเฝ้าฝ่าละอองธุลีพระบาทเพื่อขอพระราชทานชื่อมูลนิธิและได้รับระบรมราโชวาท
กระแสพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่าทำไมพวกท่านต้องสมัครด้วยหรือในการทำความดีนั้นน่ะ พวกท่านน่าจะอาสาและทำไมต้องสาธารณะ พวกท่านทำคนเดียวไม่ได้หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตัดทำว่าสมัครและคำว่าสาธารณะออกและโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อมูลนิธิว่า อาสาบรรเทาภัย
พร้อมกับพระราชทานเงิน ที่ทางกองบังคับการตำรวจดับเพลิง ทูลเกล้าถวายให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท คืนให้ทางกองบังคับการตำรวจดับเพลิงและได้มอบเงินส่วนพระองค์ จำนวน ๓๐,๕๐๐ บาท สมทบเพื่อเป็นทุนจดทะเบียนมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย ตามพระกระแสพระราชดำรัส โดยมีหนังสือสำนักราชเลขาธิการ กองการในพระองค์ รล.๐๐๐๒/๓๓๘๖ ลงวันที่ ๓เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๒ ลงนามโดย หม่อมหลวง
ทวีสันต์ ลดาวัลย์ ราชเลขาธิการ และมีกระแสพระราชดำรัชว่า หากมูลนิธิฯ ไม่สามารถดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ได้ ให้นำหนังสือฉบับนี้ส่งคืน สำนักราชเลขาธิการ กองการในพระองค์เพื่อนำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาททางกองบังคับการตำรวจดับเพลิง ทางกองบังคับการตำรวจดับเพลิง โดย พล.ต.ต.ศักดิ์ระพีปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจดับเพลิง ได้สนองพระกระแส
พระราชดำรัส โดยนำหนังสือดังกล่าวดำเนินการขออนุญาตจดทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมีเลขคำขอที่ ๑๖๘/๒๕๒๒ และได้ใบอนุญาติ จัดตั้งมูลนิธิฯ เลขอนุญาตที่ ต.๑๖๘/๒๕๒๒ ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
ลงนามโดย นายพะยอม แก้วกำเนิด เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ตามหนังสือลงวัน ที่ ๑๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ และมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ณ กองบังคับการตำรวจดับเพลิง อนุมัติโดย พล.ต.อ. ชุมพล โลหะชาละ รองอธิบดีกรมตำรวจ ปฎิบัติราชการแทนอธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้ลงนาม
และทางกองบังคับการตำรวจดับเพลิง ได้ให้ พ.ต.อ.(พิเศษ) อุดม พิบูลย์สวัสดิ์
ซึ่งเป็นแกนนำและก่อตั้งมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย เป็นประธานมูลนิธิฯ เพื่อดำเนิงานตามวัตถุประสงค์
โดยมีราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๗ ตอนที่ ๑ ลงวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๓
ประกาศกระทรวงมหาดไทย ให้อำนาจจัดตั้งมูลนิธิอาสาบรรเทาภัยเป็นนิติบุคคลหมายเลขทะเบียนลำดับที่
๑๒๕๘ ตั้งแต่วันที่ ๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๕
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๒๒ ลงนามโดย
นายวิญญู อังคณารักษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฎิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่า
การกระทรวงมหาดไทย และทางมูลนิธิอาสาบรรเทาภัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
ขอรับรองว่าข้อความข้างต้นเป็นความจริง
พันตำรวจเอก(พิเศษ) อุดม พิบูลย์สวัสดิ์
ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย
|
|
|